Featured

ท่องเที่ยวเวียดนาม ดูธรรมชาติที่บริสุทธิ์สวย

ทัวร์เวียดนาม
ท่องเที่ยวเวียดนามด้วยตัวเองกล้วยๆด้วยข้อมูลประเทศเวียดนามแล้วก็ที่เที่ยวที่มีความมากมาย ทั่วเมืองเก่า อ่าวสวย สมุทรงาม รวมทั้งวิถีชีวิตคนท้องถิ่นแบบอันซีน
เมืองเวียดนาม ประเทศที่กำลังเดินทางมาแรงทั้งยังภาคเศรษฐกิจรวมทั้งการท่องเที่ยวของอาเซียน เสิร์ชเอ็นจิ้น Skyscanner ขอจัดเต็มรีวิวข้อมูลท่องเที่ยวเวียดนามด้วยตัวเองของแพทย์โจ้ หมอแบบใหม่หัวใจรักการท่องเที่ยว ผู้ครอบครองเพจ worldwantswandering และก็ worldwantswandering.com หรือที่บรรดาแฟนๆรู้จักกันดีในชื่อ “แพทย์ๆตะลุยโลก” ซึ่งแพทย์โจ้เต็มอกเต็มใจมาแชร์ประสบการณ์ตะลุยเวียดนามให้กับผู้ที่อยากทราบว่าเวียดนามมีอะไรน่าท่องเที่ยว ได้ยืนขึ้นมาจัดทริปเตรียมพร้อมไปเวียดนามกัน
ท็อปเมืองที่ประทับจิตใจที่สุด
“เวียดนามเป็นประเทศแคบๆยาวๆแบ่งเป็นภาคเหนือที่มีแต่เทือกเขา ภาคกึ่งกลางจะเป็นเมืองวัฒนธรรม ส่วนภาคใต้จะมีความก้าวหน้ารวมทั้งหาดทรายงามๆกล่าวได้ว่ามีสามภาคสามอารมณ์ที่แตกต่าง เมืองที่ผมถูกใจก็จะมี…”
ฮานอย (Hanoi)
หุ่นกระบอกน้ำที่เมืองฮานอย”เมืองหลวงของเวียดนาม มีเสน่ห์ตรงที่เป็นแหล่งรวมของทุกสิ่งทุกอย่าง มีทั้งยังเวียดนามสมัยใหม่กับสมัยเก่ามาเจอะกันรวมทั้งเป็นจุดเริ่มของชาติเวียดนาม” ตรงนี้มีอากาศเย็นสบาย มีที่เที่ยวที่สื่อความหมายหลักๆดังเช่นว่า หลุมฝังศพโฮจิมินห์ (Ho Chi Minh Mausoleum) สมุทรสาปคืนกระบี่ (Hoan Kiem Lake) วิหารวรรณกรรม (Van Mieu) โรงแสดงละครหุ่นกระบอกน้ำ (Municipal Water Puppets)
ซาขว้าง (Sa Pa)
เมืองงามที่อยู่บนเทือกเขา ในสมัยเก่ามีอาณานิคมประเทศฝรั่งเศสมาตั้งหลักแหล่งตรงนี้รวมทั้งมีสิ่งปลูกสร้างบ้านเมืองที่เป็นสถาปัตยกรรมประเทศฝรั่งเศส มีบรรยากาศแบบยุโรปอากาศเย็นสบายทั้งปีแล้วก็มียอดดอยฟานสิปัน (Fansipan) ซึ่งเป็นเลิศเขาที่สูงที่สุดในเวียดนาม มีจุดสำหรับชมวิวที่เห็นเมืองทั่วเมือง ยิ่งถ้าเกิดไปตอนเวลาเช้าๆก็จะมองเห็นทะเลหมอกปกคลุมเมืองอยู่ เป็นที่ที่เหมาะสมกับการไปฮันนีมูน
ด่าทอหลัด (Dalat)
เมืองบนเทือกเขาทางตอนใต้ของประเทศ เป็นเมืองหลวงเก่าในยุคสมัยที่ประเทศฝรั่งเศสดูแลก็เลยมีพวกสถาปัตยกรรมประเทศฝรั่งเศสงามๆมากมายก่ายกอง รวมทั้งตรงนี้ยังเป็นที่ประทับพักผ่อนของจักรพัตราธิราชเวียดนามในอดีตด้วยเลยมีที่เที่ยวมากมาย อย่างเช่น ราชสำนัก โบสถ์ สมุทรสาป น้ำตกงามๆชาวเวียดนามถูกใจมาฮันนีมูนกันที่นี่ด้วยเหตุว่าเดินทางสบาย มีท่าอากาศยานรวมทั้งโฮเต็ลหรูๆ
อ่าวฮาทดลองเบย์ (Ha Long Bay)
เป็นอ่าวปิดที่งามมากมายแล้วก็มีจุดให้แวะลงท่องเที่ยวได้ มีเทือกเขา ผา แล้วก็ถ้ำต่างๆจะไปเล่นน้ำ พายเรือ จะท่องเที่ยวแบบรุ่งเช้าเย็นกลับหรือไปนอนค้างบนเรือก็ได้ การเดินทางไปฮาทดลองเบย์ออกจะใช้เวลามากมายแต่ว่าถ้าเกิดพวกเราต้องการสบายก็สามารถเลือกซื้อทัวร์ท่องเที่ยวได้จากทางโฮเต็ลที่พวกเราไปพัก
ตลาดบัคฮา (Bac Ha)
ออกไปจากซาขว้างโดยประมาณ 60 – 70 กม. ก็กำลังจะถึงตลาดบัคฮาซึ่งเป็นตลาดของชนหมู่น้อย ทุกวันอาทิตย์ชาวดอยเผ่าต่างๆก็จะลงมาจากเขาแล้วนำผลิตภัณฑ์มาขายกันที่นี่พวกเราจะมองเห็นวิถีชีวิตของคนกลุ่มน้อยซึ่งมองมีชีวิตชีวามากมายเพราะเหตุว่าชนเผ่าแต่ละเผ่าก็จะมีชุดที่ใสี่แต่งตัวที่ต่างๆกัน มีตลาดค้าสัตว์เลี้ยง มีของชาวดอยแปลกๆมาขาย ดังเช่นว่า สิ่งของที่ทำมาจากขนม้าหรือหางม้า อาภรณ์ เครื่องเพชรพลอยพื้นบ้าน เครื่องในสัตว์
Featured

ท่องเที่ยวประเทศพม่าสักการ 3 ใน 5 สิ่งศักสิทธิ์ของประเทศพม่า

ทัวร์พม่า
 
ยกย่องพระมหาเจดีย์ชเวดากอง พระบรมสารีริกธาตุรายปีกำเนิดของปีม้า สักการพระบรมสารีริกธาตุมุเตา มากที่สุดของเมียนมาร์ ไหว้พระธาตุอินทร์ห้อย พระบรมธาตุรายปีกำเนิดของปีจอ
1. พระมหาเจดีย์ชเวดากอง
ถ้าจะเอ่ยถึงการไปท่องเที่ยวประเทศพม่าแล้ว คงจะไม่มีผู้ใดไม่กล่าวถึง พระมหาเจดีย์ชเวดากอง เจดีย์ประจำเมืองเมียนมาร์ ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวประเทศพม่า ทั้งยังคนประเทศอื่นที่มาท่องเที่ยวเมียนมาร์ต่างพากันเดินทางเพื่อมาสักกาะระ เป็นเจดีย์ที่แก่โบราณกว่า 2,000 ปี เป็นที่ตั้งพระเส้นผมธาตุ 8 เส้น ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และก็มีความโหฬารยอดเยี่ยม โดยมากถึง 326 ฟุต กว้าง 1,355 ฟุต ซึ่งเกิดขึ้นได้เพราะมีสาเหตุเนื่องมาจากแรงเลื่อมใสของชาวเมียนมาร์ ด้วยกันบริจาคเงินทรัพย์สิน ก่อเสริมเจดีย์ให้สูงใหญ่เพิ่มขึ้นเรื่อยมีทองคำแท้เผยแพร่เป็นแผ่นเรียงต่อกันห่อตัวเจดีย์ไว้ โดยมีน้ำหนักถึง 1,100 กิโลอย่างยิ่งจริงๆ ทำให้เจดีย์ที่นี้ มีสีทองบรอนซ์งาม ฉายแสงให้มองเห็นช่วงกลางวันค่ำคืน ยิ่งไปกว่านี้ ด้านบนยอดเจดีย์ยังถูกตกแต่งไปด้วยอัญมณีอันเลอค่า เปล่งแสงรยิบมองเห็นมาแต่ไกล ผู้คนที่มาท่องเที่ยวประเทศพม่า นอกเหนือจากการที่จะมาสรรเสริญความงามของพระมหาเจดีย์ชเวดากองแล้ว จำเป็นต้องไปนั่งสวดมนต์ไหว้พระตั้งจิตอธิษฐานรวมทั้งกราบขอพรต่อมหาเจดีย์ในลานประสบผลสำเร็จ หรือ ลานอธิษฐาน เนื่องจากมั่นใจว่าจะประสบผลสำเร็จดังที่มุ่งมาดปรารถนา ต่อด้วยการรดน้ำพระทุกวันกำเนิด ที่ตั้งอยู่ทั้งยังแปดด้านรอบองค์เจดีย์ แล้วก็มีพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์อีกหลายองค์ให้ได้ไหว้ขอพร
2. พระบรมสารีริกธาตุมุเตา หรือ พระมหาธาตุเจดีย์ชเวมอดอ
ได้ท่องเที่ยวประเทศพม่าดูความสวยสดงดงามของเจดีย์ชเวดากองตามแบบฉบับของชาวประเทศพม่ากันแล้ว มุ่งสู่กรุงหงสาวดีดูความงดงามในแบบอย่างมอญกันบ้างที่ พระบรมสารีริกธาตุมุเตหรือ พระมหาเจดีย์ชเวมอดอ เป็นเจดีย์โบราณอายุโบราณกว่า 2,000 ปี และก็ยังเป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในประเทศพม่าอีกด้วย ด้านในเจดีย์ใส่พระเส้นผมธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก่อสร้างมาตั้งแต่ยุคมอญเรืองอำนาจ ทำให้แบบอย่างที่มองเห็น เป็นสถาปัตยกรรมของชาวมอญทุกสิ่งทุกอย่าง โดยมีฉัตรแบบเรียบองค์ระฆังของเจดีย์มีลักษณะแคบเรียว ข้างในเป็นก้อนอิฐกลวง โดยมีความจำเป็นทางประวัติศาสตร์เป็น ใช้เป็นที่ทำพิธีเจาะพระหูของพระผู้เป็นเจ้าตะโกนชะเวตี้เมื่อครั้งท่านขึ้นครองราชย์ใหม่ๆถัดมาพระผู้เป็นเจ้าบุเรงท่วมได้สร้างฉัตรมอบให้เพิ่มอีกหลายชั้น พูดกันว่าก่อนที่จะท่านจะออกออกศึกคราวไหน จะทรงมานมัสการพระมหาธาตุนี้ก่อนทุกหน และก็สมเด็จพระกษัตริย์มหาราชเมื่อครั้งเคลื่อนทัพมาตีหงสาวดี ก็ได้เสด็จมานมัสการในที่ที่นี้ด้วยเหมือนกัน ก่อนหน้านี้ได้กำเนิดแผ่นดินไหวบ่อยมาก รวมทั้งครั้งที่หนักที่สุด ทำให้ยอดพระมหาธาตุพังทลายลงมา ซึ่งก็ได้รับการบูรณะและก็นำเสนอซากของพระมหาธาตุองค์เดิมไว้ที่เดิมให้ผู้มาท่องเที่ยวประเทศพม่าได้สักการคู่กันกับองค์ปัจจุบันนี้ ซึ่งนี่เองที่นับว่าเป็นจุดอธิษฐานศักดิ์สิทธิ์ โดยกระบวนการอธิษฐาน ให้เอามือรวมทั้งหน้าผากสัมผัสไปที่พระบรมธาตุองค์เดิมที่หัก รวมทั้งอธิษฐาน สิ่งที่ขอก็จะสำเร็จผล
3. พระบรมธาตุอินทร์ห้อย หรือ ไจหนโย
พระบรมสารีริกธาตุอินทร์ห้อย หรือ ไจหนโย ในภาษามอญ แสดงว่า หินรูปหัวฤษี เป็นหินที่เลื่อมใส มีลักษณะเป็นหินสีทองคำขนาดใหญ่สูง 5.5 เมตร หนักกว่า 600 ตัน ตั้งอยู่บนผาชัน ถ้าเกิดดูด้วยสายตาแล้ว กว่าครึ่งของเนื้อหินนั้นยื่นออกมานอกผา แถมผายังลาดเทลงต่ำ ทำให้ดูเหมือนกับว่าหินวางอยู่อย่างล่อแหลม ราวกับจะตกลงมา กลับตั้งสูงเด่นบนจุดที่สัมผัสกับพื้นดินเพียงแต่น้อยนิด ไม่กลัวต่อแรงดึงดูดหรือลมฝนแต่อย่างใด อย่างกับถูกพระอินทร์มาจับห้อยเอาไว้ ก็เลยได้เรียกกันว่า พระบรมสารีริกธาตุอินทร์ห้อย ยิ่งไปกว่านี้ ยังมีเจดีย์สร้างไว้บนหิน ได้ถูกจำทดลองเป็นพระเกศาแก้วจุฬามณี ซึ่งเป็นพระบรมธาตุรายปีหน้าจอ ที่คนกำเนิดปีนี้จะต้องท่องเที่ยวประเทศพม่า เพื่อไปนมัสการสักหนึ่งครั้งหนึ่งในชีวิต เช้าใจกันว่า ถ้าหากคนไหนได้มานมัสการพระบรมธาตุอินทร์ห้อยนี้ครบ 3 ครั้ง ผู้นั้นจะมีแต่ว่าความสำราญความก้าวหน้า พร้อมกับขอสิ่งใดก็จะได้สมดังต้องการทุกอย่าง
 
Featured

สถานที่จำต้องท่องเที่ยวให้ได้ในประเทศเกาหลี

ทัวร์เกาหลี
 
โพชอน (Pocheon)
เรียกว่าโพชอนเป็นคู่แฝดกับพยองชางก็ได้ เนื่องจากว่าเป็นเมืองที่อยู่ติดๆกันซึ่งมีซอกเขามากไม่น้อยเลยทีเดียวซับซ้อนกว่า 70% ของพื้นที่อย่างยิ่งจริงๆ ซึ่งก็เป็นเมืองน่าทัวร์ในประเทศเกาหลีที่มีสกีรีสอร์ทจำนวนมากเปิดให้บริการในตอนหิมะตก แล้วก็ทิวทัศน์ทิวภาพที่งดงามอยู่แล้วของช่องเขารอบเมืองนี้ก็ยิ่งสวยเพิ่มขึ้นเมื่อถูกปลกปกคลุมด้วยหิมะ แต่ว่าถ้าหากคุณต้องการเปลี่ยนบรรยากาศทัวร์ประเทศเกาหลีฤดูหนาวไปเป็นทัวร์ยุโรปฤดูหนาวล่ะก็ เพียงแค่มาทดลองท่องเที่ยวสวนสมุนไพรบนซอกเขาของเมืองมอง เพราะเหตุว่าบรรยากาศตึกแบบยุโรปของตรงนี้ทำให้สวนนี้ได้รับสมญานามอย่างงดงามว่า “เวเนเซียที่ประเทศเกาหลี” อย่างยิ่งจริงๆ
ยงอิน (Yongin)
แม้ไม่ต้องการที่จะไปไหนไกลจากกรุงโซลนักล่ะก็ เมืองยงอินเป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อยในการเดินทางท่องเที่ยวดูหิมะในช่วงฤดูหนาว เพราะว่านอกเหนือจากพื้นที่งามๆของเนินสลับกับชาติบ้านเมืองที่เหลือล้นไปด้วยปุกปุยหิมะแล้ว เมืองนี้ยังเป็นที่ตั้งของสวนสนุกเอเวอร์แลนด์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศเกาหลี แน่ๆว่าในตอนหน้าหนาวอย่างนี้คุณจำเป็นต้องไม่พลาดเข้าไปเล่นเครื่องเล่นที่มีเฉพาะตอนหิมะตกอย่างลานสกี ลานลากเลื่อนสไลด์เดอร์แบบสวยๆราวกับย้อนวัยเด็ก (แม้กระนั้นคุมด้านยากใช่เล่น!) ในที่สุดรวมทั้งในที่สุดก็อย่าลืมดูการแสดงอันหรูในตอนวันคริสต์มาสด้วย
อาซัน (Asan)
ถึงแม้ว่าอาซันจะเป็นเมืองเล็กๆด้านตะวันตกของประเทศเกาหลีใต้ ไม่ค่อยมีเทือกเขาหรือผื่นป่าเสมือนเมืองน่าท่องเที่ยวอื่นๆแม้กระนั้นอาซันเขามีของดีที่เมืองอื่นไม่มี โน่นเป็นบ่อน้ำแร่ที่ผุดขึ้นจากธรรมชาติ เมืองนี้ก็เลยเปลี่ยนเป็นเมืองที่บ่อน้ำแร่รวมทั้งสปาของประเทศเกาหลีที่จะพีคแบบสุดๆในตอนหน้าหนาว ด้วยอากาศที่หนาวเย็นรวมทั้งมีหิมะตก แม้กระนั้นคุณก็จะได้เสื้อผ้าแล้วสัมผัสกับการแช่น้ำร้อนกว่า 40 องศาในพื้นที่ที่โล่งแจ้งที่มีหิมะตกลงมาบนหัวได้! เพราะว่าสปาและก็บ่อน้ำพุร้อนส่วนมากของตรงนี้เปิดโล่งเตียนรับอากาศข้างนอก บรรยากาศแบบฟินๆระหว่างหิมะและก็ละอองน้ำร้อนก็เลยเป็นจุดพีคสุดๆของเมืองนี้
ซกโช (Sokcho)
ซกโชเป็นอีกหนึ่งเมืองที่บางทีอาจไม่ค่อยชินหูเยอะแค่ไหน แต่ว่าสถานที่เที่ยวในเมืองนี้กลับเป็นที่รู้จักมากมาย เมื่อพวกเราเอ่ยถึงอุทยานแห่งชาติโซรัคซาน เขตป่าทางธรรมชาติที่โด่งดังที่สุดแห่งหนึ่งกระทั่งดูเหมือนจะทุกทัวร์ประเทศเกาหลีฤดูหนาวจะต้องพาลูกทัวร์แวะมาสรรเสริญความงดงามของผื่นป่าแล้วก็ซอกเขาที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะอย่างงดงาม แต่ว่าสวนที่นี้มิได้มีเพียงแค่ทิวทัศน์งามๆตอนต่อไปหนาวเพียงแค่นั้น ในฤดูใบไม้เปลี่ยนสีในพฤศจิกายนก็งามไม่แพ้ใบไม้เปลี่ยนสีในประเทศญี่ปุ่นอย่างยิ่งจริงๆ กระทั่งโซรัคซานถูกตั้งชื่ออย่างไร้ข้อครหาว่า “สวิสเซอร์แลนด์ที่ประเทศเกาหลี”
โพฮัง (Pohang)
แม้คุณท่องเที่ยวประเทศเกาหลีใต้ในตอนปีใหม่พอดิบพอดี ต้องห้ามพลาดเทศกาลที่จัดขึ้นเพียงแต่ไม่กี่ชั่วโมงในวันเดียวแค่นั้นของเมืองโพฮัง โน่นเป็นเทศกาลดูดวงอาทิตย์แรกของปีใหม่ในประเทศประเทศเกาหลี ซึ่งเมืองโพฮังเป็นเมืองทางทิศตะวันออกที่มีแหลมยื่นออกไปทางทะเลเป็นจุดทิศตะวันออกสุดของประเทศ ชาวประเทศเกาหลีเยอะแยะจะหลั่งไหลมาฉลองแสงอาทิตย์ของวันที่ 1 ม.ค.กันที่แหลมนี้ เป็นบรรยากาศที่เหน็บหนาวและก็จะต้องรออย่างนานก่อนแสงสว่างแรกของปีใหม่จะสาดความอบอุ่นออกมาจากโพ้นเส้นขอบฟ้า
 

5 สุดยอดสถานที่เที่ยวในเวียดนามที่คุณจะต้องไป อัพเดท 2018

เมื่อเอ๋ยถึงเวียดนามใครๆก็ชอบคิดถึง โฮจิมินห์ เมืองหลวงทางตอนใต้ แต่รู้ไหมมีสถานที่เที่ยวใหม่ๆน่าดึงดูดอีกเยอะมากในเวียดนามที่ในเวลานี้กำลังเป็นกระแสเป็นอย่างมากๆที่คุณไปเวียดนามต้องไม่พลาด เรามาอัพเดทกันวันท่องเที่ยวเวียดนามทั้งทีจำต้องสุดๆ5 สถานที่ที่ไหนกันบ้าง เริ่มกันเลย

1. ท่องเที่ยวบาน่าฮิลล์ ดานัง (Bana Hill, Danang)
บานาฮิลล์ เป็น โฮเต็ล บนยอดดอย อยู่ห่างจากเมืองดานังราว 40 กิโล ใช้เวลาเดินทางโดยประมาณ 40-50 นาที ส่วนประวัติความเป็นมา ภูเขาบานา เคยเป็นแหล่งท่องเที่ยวตากอากาศมาตั้งแต่ยุคสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยข้างบนเป็นบ้านพักรวมทั้งโรงแรมของชาวประเทศฝรั่งเศสสมัยเป็นเจ้าอาณานิคมตั้งแต่ปี 1919 ข้างหลังการรบชาวฝรั่งเศสพ่ายแพ้กลับประเทศไป บานาฮิลล์ถูกทิ้งร้างอยู่นับเป็นเวลาหลายปี กระทั่งถูกกลับมาบูรณะเป็นเมืองท่องเที่ยวอีกทีในปี 2009 ซึ่งมีการสร้างตะกร้าลอยฟ้า 5,801 เมตร ที่ใช้เวลาถึง 50 นาทีสำหรับในการนั่งกระเช้าจากข้างล่างขึ้นไปด้านบน รายจ่ายสำหรับในการก่อสร้างเคเบิลคาร์ช่วงแรกมีมูลค่า 17.2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และก็ตอนที่สร้างต่อเพิ่มไปถึงยอดดอย มีมูลค่า 5.7 ล้านเหรียญสหรัฐอเมริกา

ทั้งนี้ บานาฮิลล์ ถูกสร้างขึ้นตามมาตรฐานยุโรปโดยบริษัทที่โด่งดังจากประเทศออสเตรเลีย เครื่องมือและก็เครื่องจักรนำเข้าจากยุโรป ตลอดเส้นทางประกอบไปด้วยเสา 24 ต้น มีทั้งสิ้น 94 เคบิน กระเช้ามีทั้งแบบเปิดเตียนโล่งโอเพ่นแอร์กับแบบห้องกระจก แต่ละเคบินบรรทุกผู้โดยสารได้ 10 คน ข้างในหนึ่งชั่วโมงสามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 1,500 คน

2.ท่องเที่ยวถ้ำฟองญา (Phong Nha Caves)
เวียดนาม เป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจที่มีนานาประการ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่เที่ยวที่มีความหมายทางประวัติศาสตร์ และยังรวมไปถึงสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีความงามและก็น่ามาเยี่ยมมากมายแห่งหนึ่งของโลก และก็วันนี้พวกเราจะขอเสนอแนะสถานที่ท่องเที่ยวที่มีอีกทั้งความสวย รวมทั้งความตรึงใจ

โดยสถานที่เที่ยวที่มีชื่อของอุทยานแห่งชาติฟองญา-แก๋บ่างหมายถึงถ้ำฟองญา (Phong Nha Cave) เป็นต้นเกิดของแม่น้ำซอน (Son River) ที่สะสมน้ำจากใต้ดินไหลรวมกันมาจากข้างในถ้ำ และได้รับการยินยอมรับจาก นักสำรวจถ้ำทั่วทั้งโลกว่า เป็นถ้ำอันดับหนึ่งของโลก เพราะเหตุว่าเป็นเจ้าของสถิติถึง 4 รายการอาทิเช่น น้ำลอดยาวที่สุดในโลก, โถงถ้ำเยอะที่สุด ยาวที่สุด และก็กว้างที่สุด

“อุทยานแห่งชาติฟองญา-แก๋บ่าง” (Phong Nha-Ke Bang National Park) คืออีกหนึ่งจุดหมายด้านการท่องเที่ยวที่น่ามาเยือนมากมายแห่งหนึ่งของประเทศเวียดนาม เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีความเด่นทางธรรมชาติแล้วก็ทางธรรีวิทยา ที่มีพัฒนาการมาตั้งแต่สมัยน้ำแข็ง (หรือประมาณ 400 ล้านปี) นั่นก็เลยส่งผลให้อุทยานแห่งนี้มีทำเลที่ตั้งแบบหินปูนที่โบราณที่สุดในเอเซีย อุทยานแห่งชาติฟองญา-แก๋บ่าง ตั้งอยู่ในอำเภอโบ๊จัก (Bo Trach) และก็อำเภอไม่ญหวา (Minh Hoa) ในเขตจังหวัดกว๋างบิ่ญ (Quang Binh) แล้วก็ติดชายแดนประเทศลาว ห่างจากกรุงฮานอยมาด้านใต้โดยประมาณ 500 กิโลเมตร ภายในเขตอุทยานมีกลุ่มหินปูนมีขนาดพื้นที่ 857.54 ตารางกิโลเมตร อุทยานนี้โด่งดังในความงดงามของถ้ำที่มีอยู่เยอะมากๆ และก็ยังเป็นสถานที่ 1 ใน 2 ของโลกที่เป็นหินปูนที่มีสายธารใต้ดินขนาดใหญ่

3.เที่ยวอ่าวฮาลอง (Ha Long Bay)
ฮาทดลองเบย์ หรือ อ่าวฮาลอง เป็นสถานที่เที่ยวสำคัญอีกแห่งในประเทศเวียดนามที่กิตติศัพท์เลื่องลือไปทั่วโลก ซึ่งนักท่องเที่ยวทุกคนไม่สมควรพลาดชม โดยตรงนี้ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติจากหน่วยงานองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติเพราะมีความงามของธรรมชาติจำนวนมาก

ฮาลองเบย์ เป็นอ่าวแห่งหนึ่งในพื้นที่ของอ่าวตังเกี๋ย เมืองฮาทดลองตั้งอยู่ทางทางเหนือของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม อยู่ในพื้นที่จังหวัดกว่างนิงห์ ไม่ไกลจากกรุงฮานอยเมืองหลวง โดยห่างออกไปทางทิศตะวันออกราว 170 กิโลเมตร แล้วก็อยู่ใกล้กับเมืองจีน ฮาทดลองเบย์ มีพื้นที่ทั้งสิ้น 1,500 ตารางกิโลเมตร มีชายฝั่งยาว 120 กิโล มีเกาะหินปูนปริมาณ 1,969 เกาะโผล่พ้นขึ้นมาจากผิวสมุทร บนยอดของแต่ละเกาะมีต้นไม้ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น หลายเกาะมีถ้ำขนาดใหญ่ที่มีความสวยสดงดงามซุกซ่อนอยู่

สำหรับประวัติความเป็นมา ฮาลองเบย์ มีชื่อตามการออกเสียงในภาษาเวียดนามว่า Vinh Ha Long หมายถึง อ่าวมังกรผู้ดำตรง ตามตำนานราษฎรเวียดนามบรรยายกันว่า ในอดีตที่ชาวเวียดนามกำลังรบกับจีน ทวยเทพเทวดาได้ส่งกองทัพมังกรลงมาช่วยเหลือ ซึ่งต่อมามังกรกลุ่มนี้ได้ดำตรงลงสู่ทะเลบริเวณอ่าวฮาลอง ทำให้มีเพชรนิลจินดาและก็หยกพุ่งกระเด็นออกมากลายเป็นเกาะแก่งน้อยใหญ่กระจายตัวเป็นเกราะคุ้มครองผู้รุกราน แล้วก็บางตำนานเอ๋ยถึงสัตว์โบราณที่ชื่อว่า Tarasque ซึ่งมั่นใจว่าอาศัยอยู่ที่บริเวณก้นอ่าว

4.ท่องเที่ยวเมืองซาปา ท้องนาข้าวบนเขา (Sa Pa)
ซาปา คือเมืองท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์สูงที่สุดเมืองหนึ่งของประเทศเวียดนาม ด้วยทำเลที่ตั้งอันสวยที่ห้อมล้อมไปด้วยภูเขาจนได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลังคาโลกอินโดจีน ส่วนอากาศหนาวเย็นเกือบตลอดปีทำให้ตอนเช้าของตรงนี้มีไอหมอกปกคลุมงาม ในแต่ละปี ซาปา จึงล่อใจนักเดินทางจากทั่วทั้งโลกให้แวะเวียนมาท่องเที่ยวได้จำนวนมาก

ในส่วนของประวัติความเป็นมา ซาปา คือเมืองเล็กๆที่นักเดินทางฝรั่งเริ่มเดินทางมาพักผ่อนตั้งแต่ยุคที่ประเทศฝรั่งเศสยังดูแลประเทศเวียดนาม โดยชาวตะวันตกชื่นชอบตรงนี้เพราะอากาศดีแล้วก็เงียบสงบ ต่อมาซาปาก็เลยมีชื่อและเป็นที่นิยมจากนักท่องเที่ยวเยอะขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งมีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมหลายหมื่นคนต่อปี

5.เที่ยวหมุยแหน เทือกเขาทรายสองสี (The Sand Dunes of Mui Ne)
นักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังที่แห่งนี้รับรองได้เลยว่าจะได้สัมผัสถึงบรรยากาศที่ใกล้เคียงกับทะเลทรายเพราะเหตุว่าเทือกเขาทรายที่หมุยแหนหรือที่คนจำนวนไม่น้อยรู้จักดีกับสำเนียง “มุยเน่” นั้น มีขนาดใหญ่รวมทั้งอยู่ใกล้กับริมฝั่ง ก็เลยมีแดดรวมทั้งลมที่แรงมากมายทีเดียว ตรงนี้มีเนินทรายอยู่ 2 ที่หมายถึงเทือกเขาทรายขาวแล้วก็เทือกเขาทรายแดง ซึ่งภูเขาทรายขาวนั้นมีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่า Bau Trang รวมทั้งมีห้องอาหารขนาดเล็กเปิดบริการสำหรับนักเดินทางด้วยสำหรับเทือกเขาทรายแดงแม้ว่าจะมีขนาดเล็กกว่า แต่ว่าเป็นที่ชื่นชอบมากยิ่งกว่าในสายตาของช่างภาพ ด้วยเหตุว่าสีทรายมีสีแดงเข้ม ถ่ายภาพออกมาแล้วสีงามกว่าที่ภูเขาทรายขาว ส่วนกิจกรรมยอดฮิตหมายถึงการเล่นกระดานเลื่อนบนเนินทรายสูงลงมาด้านล่างซึ่งวัสดุอุปกรณ์สำหรับเล่นนั้นสามารถหาเช่าได้จากร้านที่ตั้งอยู่ใกล้ๆเทือกเขาทราย

รายละเอียดอื่นๆ : เปิดให้บริการตลอดทั้งปี แต่ว่าขณะที่ดีที่สุดสำหรับในการมาเที่ยวคือ ตอนเช้าหรือไม่ก็ตอนเวลาเย็น เพราะตอนกลางวันถึงช่วงเวลาบ่ายนั้นอากาศรวมทั้งแดดจัดมาก
เป็นไงบ้างขา สำหรับสถานที่เที่ยวเด็ดๆโดนๆในประเทศเวียดนาม มีทั้งยังสถานที่สำหรับท่องเที่ยวทางธรรมชาติรวมทั้งประวัติศาสตร์ พูดได้ว่ามาเวียดนามทั้งทีได้ตรวจตราท่องเที่ยวอย่างครบรสแน่นอน ส่วนระยะทางก็ใกล้นิดเดียว รวมถึงค่ายังชีพก็ไม่แพงอีกด้วยค่ะ

เทือกเขาทรายสองสีที่หมุยแหน นักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังที่แห่งนี้รับประกันได้เลยว่าจะได้สัมผัสถึงบรรยากาศที่ใกล้เคียงกับทะเลทราย เพราะภูเขาทรายที่หมุยแหนหรือที่ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยเคยชินกับสำเนียง “มุยเน่” นั้น มีขนาดใหญ่และอยู่ติดกับชายฝั่งทะเล จึงมีแดดรวมทั้งลมที่แรงมากทีเดียว ตรงนี้มีเนินทรายอยู่ 2 แห่งหมายถึงภูเขาทรายขาวและก็เทือกเขาทรายแดง ซึ่งภูเขาทรายขาวนั้นมีอีกชื่อเรียกหนึ่งว่า Bau Trang และก็มีห้องอาหารขนาดเล็กเปิดบริการสำหรับนักท่องเที่ยวด้วย สำหรับเทือกเขาทรายแดงแม้ว่าจะมีขนาดเล็กกว่า แต่ว่าเป็นที่ชื่นชอบมากยิ่งกว่าในสายตาของช่างถายภาพ เพราะว่าสีทรายมีสีแดงเข้ม ถ่ายภาพออกมาแล้วสีสวยกว่าที่เทือกเขาทรายขาว ส่วนกิจกรรมยอดฮิตเป็นการเล่นกระดานเลื่อนบนเนินทรายสูงลงมาข้างล่าง ซึ่งเครื่องมือสำหรับเล่นนั้นสามารถหาเช่าได้จากร้านค้าที่ตั้งอยู่ใกล้ๆเทือกเขาทราย

รายละเอียดต่างๆนอกเหนือจากนี้ : เปิดให้บริการตลอดทั้งปี แต่ขณะที่ดีเยี่ยมที่สุดสำหรับเพื่อการมาเที่ยว คือ เวลาเช้าหรือไม่ก็ตอนเย็นเพราะเหตุว่าช่วงกลางวันถึงเวลาบ่ายนั้นอากาศแล้วก็แดดแรงมากมาย
เป็นอย่างไรกันบ้างขา สำหรับสถานที่เที่ยวเด็ดๆโดนๆในประเทศเวียดนาม มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติรวมทั้งประวัติศาสตร์ พูดได้ว่ามาเวียดนามทั้งทีได้เดินทางท่องเที่ยวอย่างครบรสแน่นอน ส่วนระยะทางก็ใกล้นิดเดียว รวมถึงค่าครองชีพก็ไม่แพงอีกด้วย

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ทัวร์เวียดนาม

5 สถานที่เที่ยวในประเทศเมียนมาร์ที่คุณจะต้องไป ไม่ใช่แค่การไปไหว้พระ อัพเดท 2018

ถ้าหากเอ๋ยถึง ประเทศพม่า เพื่อนบ้านที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากเมืองไทย จำนวนมากคนไม่ใช่น้อยมักระลึกถึงการไปไหว้พระเท่านั้น แม้กระนั้นความเป็นจริงพม่า ยังมีสถานที่เที่ยวน่าดึงดูดหลายสไตล์ ที่มีค่าแก่การไปสัมผัสสักหนึ่งครั้ง วันนี้พวกเรารวบรวม 5 สถานที่เที่ยวประเทศพม่า นอกเหนือจากการไหว้พระ มาให้ทุกคนรู้จัก จะมีตรงไหนบ้างนั้น มาดูกันเลย

1. เมืองประเทศพม่า สมุทรเจดีย์แล้วก็วิถีชีวิตแบบประเทศพม่าๆ
นับว่าเป็นโชคดีของชาวพุกาม ที่พุทธก้าวหน้าถึงขีดสูงสุดเช่นกันในช่วงเวลานั้น ทำให้พระเจ้าอโนรธามังช่อรับเอาศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำประเทศ พระองค์สร้างเจดีย์แห่งแรกขึ้น ชื่อ “เจดีย์ชเวซีโกน” หลังจากนั้นกษัตริย์รุ่นต่อๆมา รวมทั้งข้าราชการชั้นผู้ใหญ่และผู้มีอันจะกินทั้งหลายแหล่ในประเทศพม่าก็ระดมสร้างวัด สร้างเจดีย์กันเต็มพื้นที่ไปหมด อาจจะเนื่องจากว่าความเลื่อมใสที่ว่า ยิ่งเล่นใหญ่ เอ๊ย!! ยิ่งสร้างวัดใหญ่โตเท่าใด ยิ่งได้บุญกุศลบารมีมากแค่นั้น

อาณาจักรพูกามเคยรุ่งเรืองแค่ไหนพวกเราคงจะไม่ต้องเล่า เพราะเหตุว่าแทบ 1,000 ปีที่ล่วงเลยไปทุกสิ่งทุกอย่างได้พิสูจน์ตัวเองไปเป็นระเบียบแล้ว ตัวเราต่างหากที่จำต้องมาพิสูจน์ความยิ่งใหญ่นั้นด้วยตาของเราเอง จากเจดีย์กว่า 4,446 องค์ วันนี้เหลือแค่ 2,200 กว่าองค์ ไม่รีบมาดูซะวันนี้ก็ไม่เคยรู้ว่าอีกหน่อยจะเหลือให้มองแค่ไหน

2. ตะลุยสวนน้ำ Yangon Water Boom
หากโลกนี้มันร้อนนัก ก็ไปพักผ่อนเล่นน้ำกันที่สวนน้ำ Yangon Water Boom กันเลยดีกว่า! สถานที่เที่ยวในประเทศพม่า อีกแห่งที่ต้องการชวนคุณมาคลายร้อน โดยสวนน้ำ Yangon Water Boom ถือเป็นสวนน้ำแห่งแรกของพม่า ตั้งอยู่ในเมืองปิ้งกุ้ง ที่นี่คุณจะได้พบกับสไลด์เดอร์สุดเจ๋งระดับโลก ทั้ง “Free Fall Slides” หวาดเสียวกับสไลด์เดอร์ที่มีความสูงถึง 15 เมตร! ให้ท่านไหลลื่นลงมาด้วยความเร็วกว่า 70 กิโล/ชั่วโมง เรียกว่าเสียวกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว หรือจะเป็น “Python” ให้คุณและสหายๆนั่งสไลด์เดอร์ไปสนุกสนานด้วยกัน ผ่านท่อสีเขียวที่วนเวียน ยาวกว่า 60 เมตร! นอกเหนือจากนั้นยังมีโซนสำหรับหนูน้อยอย่าง “Kiddy pool” สนามเด็กเล่นที่ให้น้องๆได้ชุ่มฉ่ำกับสายน้ำเย็น พร้อมบริการเครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับช่วยในด้านสำหรับอำนวยความสะดวกอีกทั้งล็อกเกอร์ บังกะโล ซาลอน ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก อย่างครบครัน หนีร้อนไปสนุกกับสวนน้ำในปิ้งกุ้งกันดีกว่า

3. เที่ยวสะพานอูเบ็ง สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในโลก!
สะพานไม้โบราณ ที่แก่กว่า 200 ปี ทอดยาวด้วยความยาว 1,200 เมตร ที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน สร้างด้วยไม้ปริมาณพันกว่าต้น พวกเราสามารถเดินชมสะพานไม้ไปเรื่อยได้ และก็ยิ่งตอนที่ดวงตะวันกำลังจะตกลงน้ำ(ดิน) บรรยากาศบริเวณบริเวณสะพาน จะมองเห็นได้ว่าแสงพระอาทิตย์แวววาวกับสายน้ำ นอกเหนือจากการที่จะได้ดูความสวยงามของพระอาทิตย์ขึ้นรวมทั้งตกแล้ว ยังได้เห็นวิถีชีวิตของคนภรรยานมาด้วย เป็นประสบการณ์ที่สุดประทับใจกันเลยทีเดียว

ของร้านค้าขายน้ำดื่ม ขายอาหารบนเกาะ ดูพระอาทิตย์ตกในทะเลสาบ แถมมีปลาและกุ้งสดๆจากทะเลสาบ ให้ได้ชิมรส นั่งพักผ่อนสบายๆแล้วคอยชมพระอาทิตย์ตกได้อีกด้วย วิธีในที่สุดเป็นวิธีที่เสียตังน้อยที่สุด คือ สามารถยืนชมวิวบนสะพานได้เลย ได้สัมผัสบรรยากาศไปอีกคนละอย่างแรง

4. ทะเลสาบอินเล ทะเลสาบน้ำจืด แล้วก็วิถีชีวิตคนอินเล
ทะเลสาบอินเล ตั้งอยู่ตรงกลางประเทศพม่าเลยก็ว่าได้ ทะเลสาบอินเลอยู่ในเมือง Nyaung Shwe เมืองเล็กๆที่ราษฎรใช้ชีวิตท่ามกลางทะลสาบ .. หื้มมม? เป็นชาวบ้านเค้าสร้างบ้านรวมทั้งอาศัยกันในทะเลสาบเลยเอ็งรเอ้ยยย ต่อไปนี้เนี่ย แน่ๆการดำรงอยู่แล้วก็การเพาะปลูกหรือเกษตรกรรมของเค้าจะต้องเกี่ยวกับทางเรือ ตัวอย่างเช่น การปลูกมะเขือเทศบนสวนลอยน้ำ การสร้างบ้านแบบเสาค้ำกึ่งกลางน้ำ รวมทั้งยานพาหนะจำเป็นอย่างเรือ ที่แน่นอนมีหยุดอยู่ทุกบ้าน แล้วที่สุดของทะเลสาบอินเลเป็นพรสวรรค์ของชาวอินคาเนี่ยล่ะ การนำยเรือด้วยเท้าฝ่ายเดียวในการสัญจรรวมทั้งจับสัตว์ในน้ำที่ไม่เหมือนใครในโลก ดังมากเว้ย ดังจนกระทั่งที่นี่เป็นอีกจุดมุ่งหมายนึงที่นักท่องเที่ยวจำต้องมาดูเลยล่ะ ทราบอย่างนี้แล้วตามไปเลยสิจ้าา

5. สัมผัสเกาะหัวใจมรกต แห่งทะเลพม่า.
เกาะค๊อกคอม เกาะหัวใจมรกต (Cocks Comb) เป็นเกาะที่อยู่ในทะเลอันดามัน ซึ่งอยู่ห่างจากชายฝั่งจังหวัดระนองแค่เพียงราวๆ 81.2 กิโลเพียงแค่นั้น เกาะแห่งนี้มีลักษณะเป็นเกาะหินปูน ไม่มีริมหาด มีช่องว่างอยู่กึ่งกลางเกาะ คล้ายกับปากปล่องภูเขาไฟ มีช่องเล็กๆให้น้ำทะเลเข้าไปได้ แม้ดูจากมุมสูงจะเห็นว่าช่องตรงกลางนี้มีรูปร่างคล้ายกับรูปหัวใจ เมื่อมีน้ำทะเลสีฟ้าอมเขียวใสแจ๋วเข้าไปในนั้น เพิ่มเติมกับบริเวณรอบปากปล่องมีต้นไม้สีเขียวขจี ทำให้รูปร่างหัวใจนี้แลเห็นเด่น จนได้รับการขนานนามจากชาวไทยว่าเป็น “เกาะหัวใจมรกต” ซึ่งฝรั่งจะรู้จักกันในนาม “Hidden Lagoon”

เห็นไหมล่ะว่า การไปท่องเที่ยวประเทศพม่า ก็มิได้มีแต่ว่าการไปไหว้พระ หรือ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์สิ่งเดียวเพียงแค่นั้น พม่ายังมีแหล่งธรรมชาติสวยๆอีกเยอะมาก ถูกใจคนชอบท่องเที่ยวชิลล์ๆสไตล์สโลว์ไลฟ์ ถ้าเกิดได้โอกาสลองไปเปิดมุมมองใหม่ให้การเที่ยวประเทศพม่ากว้างขึ้นกว่าเดิม

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ทัวร์พม่า

5 สถานที่เที่ยวในประเทศเกาหลีใต้ ที่คุณห้ามพลาดเป็นอันขาด อัพเดท 2018

เกาหลีใต้เป็นอีกหนึ่งประเทศที่คนไทยนิยมเดินทางไปท่องเที่ยว เพราะว่าใช้เวลาเดินทางไม่นานเพียงแต่ 5-6 ชั่วโมงก็ถึงแล้ว และยังเป็นประเทศไม่ต้องขอวีซ่าท่องเที่ยวอีกด้วย ถ้าหากจะเอ๋ยถึงสถานที่เที่ยวในเกาหลีนั้นจริงๆแล้วมีมากมายหลายที่ โดยเหตุนั้นคนไหนกำลังแพลนไปเที่ยวหรือกำลังตัดสินใจว่าจะไปเที่ยวประเทศไหนดี ทดลองตามมาดู 15 สถานที่เที่ยวห้ามพลาดในเกาหลี แล้วต้องอยากท่องเที่ยวแน่นอน

1. พระราชสำนักเคียงบกกุง Gyeongbokgung Palace
พระราชวังเคียงบกกุง (Gyeongbokgung Palace) หรือเรียกอีกแบบหนึ่งว่า “พระราชวังคยองบกกุง” เป็นสัญญลักษณ์และสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของกรุงโซล ราชสำนักที่มีขนาดใหญ่และโบราณที่สุดในกรุงโซล ผลิตขึ้นในปี 1394 ในสมัยพระผู้เป็นเจ้าแทโจ ราชวงศ์โชชอน แต่เดิมนั้นด้านในวังมีตึกและก็วังต่างๆมากกว่า 200 ข้างหลัง แม้กระนั้นเมื่อมีการรุกรานของประเทศญี่ปุ่น อาคารจำนวนมากก็ได้ถูกทำลายลงเหลืออยู่เพียง 10 หลังแค่นั้น

2. เกาะนามิ สุดโรแมนว่ากล่าวค Namiseom Island
เกาะนามิมีสาเหตุมาจากผลของการกั้นน้ำเพื่อสร้างเขื่อน มีพื้นที่ราว 270 ไร่ มีลักษณะเป็นรูปดวงจันทร์ครึ่งเสี้ยว บนเกาะนี้มีชื่อในหมู่คนประเทศเกาหลีมานานเพราะว่ามีธรรมชาติที่สวยสดงดงามยังมีสัตว์เล็กๆอาศัยอยู่ตามธรรมชาติอย่างเช่น กระรอก กระแต นก หงส์ ห่าน รวมทั้งนกกระจอกเทศด้วย และก็ที่นี่จะนำสายไฟลงใต้ดินทั้งปวง เพียงแค่รักษาความเป็นธรรมชาติเอาไว้ โดยตอนที่มีนักท่องเที่ยวมาเยอะที่สุดจะเป็นช่วงฤดูใบไม้ร่วง เพราะว่าต้นไม้มากที่นี่จะเปลี่ยนสีเหลือง สีแดง สีส้ม โดยยิ่งไปกว่านั้นฟุตบาทใต้ต้นแปะก๊วยที่จะแปลงใบเป็นสีเหลืองสดงามมากมาย แต่ที่นี่คนจะเยอะแยะตลอดทุกฤดู

3. ทางรถไฟดอกซากุระคยองฮวา – Gyeonghwa Station
ทางรถไฟดอกซากุระคยองฮวา – Gyeonghwa Station เป็นเลิศในจุดดูซากุระที่งามอันดับที่หนึ่งของประเทศเกาหลีเลยก็ว่าได้ โดยสามารถมองเห็นรถไฟที่วิ่งมาจอดที่สถานีพร้อมกับทิวทัศน์อุโมงค์ดอกซากุระที่เรียงรายกันอยู่เต็มทั้งสองข้างทางในตอนราวต้นเดือนเดือนเมษายน สถานีรถไฟคยองฮวาที่นี้เป็นสถานีเล็กๆที่อยู่ที่เมืองจินแฮ (Jinhae) จังหวัดเคียงซังนัมโด (Gyeongsangnam-do) ได้มีการยกเลิกการใช้แรงงานไปแล้วตั้งแต่ปี 2015 แม้กระนั้นจะเปิดให้รถไฟวิ่งเฉพาะในช่วงเทศกาล Jinhae Gunhangje Festival ซึ่งเป็นเทศกาลชมดอกซากุระที่จัดอย่างมากใหญ่ของเมืองจินแฮ แม้กระนั้นรถไฟนั้นจะมิได้มาหยุดที่สถานี ก็แค่ใช้เป็นทางผ่านไปยังสถานีอื่นๆ

4. อุโมงค์ซากุระ คลองยอชวาชอน – Yeojwacheon Stream
อุโมงค์ซากุระ คลองยอชวาชอน – Yeojwacheon Stream ยอดเยี่ยมในจุดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดสำหรับเพื่อการดูดอกซากะของเมืองจินแฮ เริ่มเป็นที่รู้จักกันภายหลังซีรีย์เรื่อง Romance ถ่ายทอดเมื่อปี 2002 ซึ่งใช้ลำคลองแห่งนี้เป็นฉากสำหรับการถ่ายทำ ดังกระทั่งมีชื่อเรียกสะพานที่ใช้ข้ามคลองตามชื่อซีรีย์ซึ่งก็คือ Ramance Bridge

ในทุกๆเมษายนของทุกปีซึ่งเป็นตอนๆที่มีเทศกาลดูดอกซากุระ ที่คลองแห่งนี้จะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาดูความงดงามของดอกซากุระ สามารถเดินเที่ยวได้ทั้งด้านบนสะพานแล้วก็ด้านล่างซึ่งจะมีทางเท้ายาวตลอดแนวเรียบไปกับคูน้ำ รวมทั้งยังมีดอกเรปซีดซึ่งเป็นดอกไม้ต้นเล็กมีดอกสีเหลืองบานพร้อมซากุระอีกด้วย แต่ละปีก็จะมีการประดับตกแต่งบริเวณลำคลองในช่วงที่จัดงานเทศกาล ไม่ว่าจะเป็นการนำร่มที่สีสันสดใสมาแขวนไว้หรือจะเป็นโคมรูปหัวใจน่ารักๆรวมทั้งในช่วงตอนกลางคืนก็จะเปิดไฟเสริมแต่งสวยมากมาย

5. เขตช้อปปิ้งเมียงมองป่าดง หรือ มยองป่า
บริเวณช้อปปิ้งเมียงดง หรือ มยองป่า (Myeong-dong) ตั้งอยู่ใจกลางกรุงโซล เป็นบริเวณช้อปปิ้งที่ฮิตแล้วก็คักคักที่สุดของกรุงโซล ยั่วยวนใจนักเดินทางได้มากกว่า 1 ล้านคนต่อวัน อีกทั้งยังสามารถเดินทางได้สบาย นับว่าเป็นศูนย์กลางของการบ้านการเมือง เศรษฐกิจ และก็วัฒนธรรมอย่างยิ่งจริงๆ ข้างในตลาดเมียงมองป่าดงเต็มไปด้วยร้านรวง แล้วก็ร้านอาหารนับไม่ถ้วน เป็นหนึ่งในสถานที่ยอดฮิตของนักเดินทางรวมทั้งนักช้อป

ห้าง
ห้างที่ใหญ่ที่สุด เช่น ห้างลอตเต้(Lotte) กับห้างชินเซมึง(Shinsegae) ส่วนร้านค้าอื่นๆก็ตั้งอยู่ทุกซอกมุม รวมถึงแผงลอยข้างถนนที่จัดจำหน่ายเสื้อผ้า เครื่องเพชรพลอย เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์อื่นๆในราคาถูก รวมทั้งอาหารหวานแสนอร่อย โดยเจ้าของร้านจำนวนมากสามารถกล่าวภาษาอังกฤษ ประเทศญี่ปุ่น จีน รวมทั้งไทยได้

เป็นไงบ้าง 5 สถานที่เด็ดไหม สามารถติดตามชมการจัดสถานที่ท่องเที่ยวในเกาหลีใต้ ซึ่งมีอีกเยอะมากจริงๆประเทศนี้เที่ยวยังไงก็ไปไม่หมดกล้วยๆหวังว่าเพื่อนๆอาจจะชอบ และก็ติดตามบทความของพวกเรา ใครกันแน่ชอบใจได้โปรดกรุณาแชร์ให้เพื่อนฝูงๆได้อ่านกันด้วยนะ แล้วพบกันตอนใหม่

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ทัวร์เกาหลี

ไหว้พระเมียนมาร์ รวม 5 สถานที่ทำบุญทำทาน เสริมดวงบารมี

วันนี้ทางพวกเราจึงได้เก็บรวบรวมรายนาม 5 วัดสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ไหว้พระพม่านิยมไปกัน ไปดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง !
1.พระมหาเจดีย์ชเวดากอง (Shwedagon Pagoda)
เมื่อเอ๋ยถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของประเทศพม่าแล้ว คนส่วนใหญ่มักจะคิดถึงพระมหาเจดีย์ชเวดากอง มาก่อนเป็นอันดับที่หนึ่งสถานที่สุดได้รับความนิยมอันดับ 1 ของทัวร์ไหว้พระเมียนมาร์ เนื่องจากมีรายการวิทยุรวมทั้งรายการทีวีหลายรายการกันเลยทีเดียวที่จัดทัวร์ไหว้พระพม่าตรงนี้ ก็เลยไม่ฉงนใจว่าเพราะเหตุไรเราถึงคุ้นชื่อเจดีย์ชเวดากองจากเมืองย่างกุ้งเป็นอย่างดี
ส่วนที่ไปที่มาของความศักดิ์สิทธิ์ของเจดีย์ชเวดากองจนถึงใครๆก็อยากมาทัวร์พม่าไหว้พระนั้น เริ่มมาจากการที่ บุเรงท่วม มาขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ลานอธิฐานก่อนออกศึก และก็แน่นอนว่าท้ายที่สุดเขาก็ชอบชนะซะทุกครั้ง นอกนั้นยังมีความเชื่อของชาวมอญและชาวพม่าอีกด้วยว่าการมากราบไหว้เจดีย์ชเวดากองนั้นจะเป็นแนวทางหมดทุกข์ ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บรวมทั้งอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของเจดีย์ชเวดากองก็คือบริเวณรอบๆเจดีย์นั้นจะมีทุกวันเกิดตั้งอยู่ 8 ด้าน ที่สามารถเลือกขอพรตามวันเกิดเพื่อเป็นบารมีกับชีวิตได้อีกด้วย
2.เทพทันใจ (Bo Bo Gyi) อีกหนึ่งไฮไลท์ของทัวร์พม่า
เว้นแต่พระมหาเจดีย์ชเวดากองแล้ว อีกหนึ่งโปรแกรมทัวร์เมียนมาร์ไหว้พระ ที่คนนิยมไปกันก็คือ ทัวร์ไหว้พระเทพทันใจ ที่เจดีย์โบดาทาวน์ โดยเทวดาทันใจนั้นจะมีชื่อเรียกในภาษาเมียนมาร์ว่า นัตโบโบยี ซึ่งมาจากคำว่า “นัต” หมายถึงจิตวิญญาณที่สูงกว่าผีแม้กระนั้นต่ำลงยิ่งกว่าเทพตามคติความเชื่อเมียนมาร์ มีหน้าที่ปกป้องสถานที่สำคัญต่างๆกับคำว่า “ โบโบยี ” ที่คนประเทศพม่าใช้เรียกสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือบุคคลที่ตนเคารพ
ส่วนสาเหตุของชื่อ เทพทันใจ มาจากความศักดิ์สิทธิ์ที่บอกต่อกันปากต่อปากว่าเมื่อมาขอพรที่นี่แล้วพอกลับไปไม่กี่วันพรนั้นก็จะสมประสงค์ ก็เลยเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดชื่อ เทพทันใจ และเป็นเลิศในต้นสายปลายเหตุที่ใครหลายคนท่องเที่ยวไหว้พระประเทศพม่า
3.ทัวร์ไหว้พระประเทศพม่ากับ เทพกระซิบบอก (Amadaw Mya Nan Nwe)
เมื่อเราไปไหวเทพทันใจแล้ว ส่วนใหญ่เที่ยวประเทศพม่าจะพาไปไหว้พระ สักการะ เทวดากระซิบกระซาบ กันต่อเลย เนื่องมาจากสถานที่ติดตั้งของเทวดากระซิบกระซาบนั้นจะอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเจดีย์โบดาทาวน์ โดยเทวดากระซิบกระซาบมีชื่อเรียกในภาษาเมียนมาร์ว่า “อะมาดอว์เมียะ” เป็นบุตรหญิงของพญานาคที่ศรัทธาศาสนาพุทธอย่างยิ่ง เมื่อตายไปจึงแปลงเป็น นัต
ส่วนสาเหตุของชื่อเทวดากระซุบกระซิบ และความศักดาที่ล่อใจไหว้พระพม่านั้น บอกเลยว่ามีต้นเหตุที่เกิดจากชาวไทยนี่แหละ เดิมทีชาวประเทศพม่าก็ไหว้ อะมาดอว์เมียะ เป็นปกติ แต่ว่าไม่มีใครไปกระซิบกระซาบอะไร กระทั่งวันหนึ่งไกด์จากทัวร์ไหวพระพม่าได้พาคนไทยไปและมองเห็นป้ายภาษาประเทศพม่าที่เขียนว่า “ห้ามพูดเสียงดัง” เพราะว่ามีพ่อค้าแม่ขายบริเวณนั้นชอบโหวกเหวกโวยวาย แต่ว่าไกด์เข้าใจผิดก็เลยบอกกับลูกทัวร์ไปว่า “หากจะขอพรกับเทพองค์นี้ห้ามพูดเสียงดัง” ต่อไปลูกทัวร์คนประเทศไทยก็ไปกระซิบกระซาบขอพร ซึ่งแน่ๆชาวพม่ามองเห็นคนไทยทำแล้วก็สมหวังตามต้องการจึงเริ่มทำบ้างจนกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติสุดท้าย
4.สักการพระเขี้ยวแก้ว ศรีลังกา (Dalada Maligawa)
ที่ย่างกุ้งยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีกชิ้นหนึ่งที่คู่ควรกับการไปไหว้พระพม่านั่นเป็น พระเขี้ยวแก้ว ที่วัดพระเขี้ยวแก้วจุฬามณี โดยพระเขี้ยวแก้วชิ้นนี้ได้นำมาจากประเทศศรีลังกาตั้งแต่ยุคพระผู้เป็นเจ้าบุเรงนอง ถือเป็นสิ่งอำนาจที่อยู่คู่กับประเทศพม่ามานาน ในส่วนของตัววัดพระเขี้ยวแก้วจุฬามณีนั้นก็จัดว่าไม่ธรรมดา เพราะเหตุว่าเป็นการก่อสร้างแบบตามสถาปัตยกรรมแบบประเทศพม่า สวย อ่อนช้อย โดยมีจุดเด่นตรงที่ตัววัดจะเป็นทรงแปดเหลี่ยมที่สวย จึงเหมาะมากที่จะมาไหว้พระพม่าที่วัดนี้
5.สักการพระนอนตาหวาน (Kyauk Htat Gyi Buddha)
ถ้าเกิดประเทศไทยมีพระนอนที่วัดโพธิ์เป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวแล้ว ไหว้พระประเทศพม่าก็มี พระนอนตาหวานหรือพระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี (Chauk Htat Gyi pagoda) ที่วัดพระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญเหมือนกัน โดยพระนอนตาหวานนี้เป็นพระพุทธรูปปริมาณยาวประมาณ 70 เมตร ใหญ่ที่สุดในประเทศพม่ามีจุดเด่นตรงที่ดวงตาที่มองหวานและก็ผ้าจีวรที่เป็นพลิ้วๆส่วนตรงใจกลางฝ่าพระบาทนั้นจะมีรูปมงคล 108 ประการ ยิ่งไปกว่านั้นพระบาทยังมีลักษณะซ้อนกันทำให้ผิดแผกแตกต่างกับศิลปะแบบไทยอีกด้วย

10 สิ่งที่จะต้องรู้และก็ควรทำเมื่อท่องเที่ยวในเมียนมาร์

1. จัดเวลามากยิ่งกว่า 1 อาทิตย์สำหรับในการเที่ยวเที่ยวชม
การเที่ยวประเทศพม่าควรต้องใช้เวลามากกว่า 1 อาทิตย์ ด้วยการเดินทางที่ยังไม่สะดวกนักรวมทั้งเส้นทางที่ยาวไกล 1 อาทิตย์ดูเหมือนรีบร้อนเหลือเกินรวมทั้งยังท่องเที่ยวได้ไม่ทั่ว ถ้าคุณมีเวลา 2 หรือ 4 อาทิตย์ให้วางแผนเส้นทางท่องเที่ยวบริเวณสถานที่ท่องเที่ยวหลัก 4 แห่งโดยการบินไปลงเมืองใหญ่สักที่แล้วก็บินกลับจากอีกเมืองหนึ่ง
2. สัมผัสประวัติศาสตร์ พร้อมๆกับชอปและก็รับประทานให้กระจัดกระจายในปิ้งกุ้ง
ปิ้งกุ้ง เป็นเมืองขนาดกระชับที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา มีสถาปัตยกรรมจากสมัยอาณานิคมกระจายอยู่ทั่วทุกมุมเมืองชวนให้รำลึกถึงอดีตกาลที่ประเทศนี้อยู่ภายใต้การปกครองของอังกฤษ ในขณะที่มหาเจดีย์ชเวดากองก็ส่องประกายสีทองสวยงามเป็นสัญลักษณ์ของศาสนาพุทธอันเจริญก้าวหน้า ตรงนี้ชุมชนชาวจีน เนปาล และก็อินเดียตั้งอยู่เคียงคู่ชุมชนชาวพม่า ที่พักราคาเริ่มต้นที่ 3,xxx บาท
3. หลงทางในวัดที่ประเทศพม่า
ประเทศพม่า ดินแดนลึกลับเหนือยุคสมัยนี้เป็นที่ตั้งของสงฆ์กว่า 2,000 แห่งที่ผลิตขึ้นตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 9 ตั้งแต่วัดขนาดใหญ่ที่สง่าสวยสดงดงาม ไปจนกระทั่งวัดเล็กๆที่สร้างละเอียดลออบรรจง ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็จะรู้สึกเหมือนกำลังเดินทางย้อนเวลา ตรงนี้ใช้การเดินทางด้วยรถม้าเป็นหลัก (ราว 600 บาทต่อวัน) แต่ว่าการขี่จักรยาน (ราว 90 บาทต่อวัน) เป็นแนวทางเดินทางที่ยอดเยี่ยมสำหรับการท่องเที่ยวแบบเต็มวันและทำตัวกลมกลืนไปกับผู้คนนับร้อย ที่พักในประเทศพม่า ราคาเริ่มต้นที่ 5xx บาท
4. ค้นพบความเงียบสงบรวมทั้งจารีตเริ่มแรกที่ทะเลสาบอินเล
ทะเลสาบอินเล (ใหญ่เป็นอันดับสองของพม่า) เป็นดังกระจกส่องสีน้ำเงินสะท้อนภาพอันงดงามของหมู่บ้านเล็กๆเขื่อนที่สร้างด้วยมือแล้วก็ลำคลองที่ใช้คนขุด ตรงนี้ยังคงรักษาขนบธรรมเนียมดั้งเดิม(และก็ชาวเรือที่พายเรือด้วยเท้าฝ่ายเดียว) บรรยากาศเงียบสงบ แล้วก็การค้าแบบเริ่มแรก อีกทั้งยังมีตลาดผลไม้ อุตสาหกรรมสิ่งทอ รวมทั้งสวนองุ่นที่อยู่ไม่ไกล ถ้าต้องการชมทะเลสาบแบบสงบเงียบไม่ต้องฝ่าผู้คนเราขอแนะนำให้รีบไปแต่เช้า
5. ลิ้มรสของอร่อย แล้วก็หัวเราะร่า ขณะท่องไปในเมืองมัณฑะเลย์อันสวยสดงดงาม
มัณฑะเลย์ เป็นเมืองที่มีกิจกรรมอันมากมายให้ทำจนถึงล้นเหลือ ไม่ว่าจะเป็นการดูวิวเมืองจากยอดดอยมัณฑะเลย์ หลังจากที่เร่ร่อนทัวร์ไปในราชวัง เจดีย์ แล้วก็หนังสือที่ใหญ่ที่สุดในโลก ลิ้มรสอาหารใหม่ๆจากร้านแผงลอยสองข้างทางซึ่งมีเยอะมากเสียจนน่าทึ่งที่กระจายตัวอยู่ทั้งเมือง รวมทั้งหัวเราะให้กึกก้องกับพี่น้องหนวดนักเล่นตลกการบ้านการเมืองที่จัดแจงแสดงเฮฮาแต่ละวันในบ้านของครอบครัว ตั๋วเรือบินไปมัณฑะเลย์ราคาเริ่มที่ 3,xxx บาท
6. ไปเดินป่าหลายๆวัน แล้วก็นั่งรถไฟผ่านสะพานที่สูงที่สุด
ถ้าหากการเดินป่าแบบสามวันจากสีป้อไปลาชิวยังเร้าใจไม่พอ ให้เพิ่มรายการนั่งรถไฟสายที่สร้างโดยอังกฤษผ่านสะพานรถไฟก๊อกเต๊กซึ่งเป็นสะพานรถไฟที่สูงที่สุดในประเทศพม่า รถไฟสายที่จะทำให้ท่านใจเต้นระทึกนี้ผ่านเมืองพินอูลวินซึ่งเป็นเมืองอาณานิคมเก่า เมื่อรถไฟไปถึงสะพานแล้ว อย่าลืมมองลงมาให้ได้ เพราะว่าความสูงที่น่าหวาดเสียวจะมีผลให้คุณลืมไม่ลงไปอย่างยิ่งจริงๆ
7. ลงใต้ไปเยี่ยมเกาะสวรรค์ หมู่เกาะมะริด ประเทศพม่า
เนื่องจากว่าเขตทางเหนือหลายเมืองยังไม่เปิดให้นักเดินทางเดินทางเข้าไปได้ ตอนใต้จึงเป็นที่ๆเข้าถึงได้ง่ายดายยิ่งกว่าเพราะเหตุว่าได้เปิดให้เที่ยวดูได้มากกว่า 1 ปีแล้ว มะละแหม่งแล้วก็ทวายเป็นทางที่ไม่มีอะไรเปรียบเทียบได้แล้วก็ให้บรรยากาศแคว้นสุดๆซึ่งจะนำคุณไปยังเมืองมะริดอันน่าแปลก เมืองนี้เองเป็นประตูสู่หมู่เกาะมะริดที่งามไม่น่าเชื่อโดยคุณสามารถคิดแผนล่วงหน้าเพื่อจองทัวร์ล่องเรือและทัวร์แบบค้างหลายๆที่พักในเมืองมะริด ราคาเริ่มต้นที่ 5xx บาท
8. เลือกว่าจะไปตอนไหนดี
คุณมีสองทางเลือกคือ ฤดูท่องเที่ยวในตุลาคมถึงกุมภาพันธ์ซึ่งอากาศกำลังสบายแม้กระนั้นมีนักท่องเที่ยวล้นหลามและตัวเลือกที่พักก็เหลือน้อย หรือจะไประหว่างกุมภาพันธ์/มีนาคม ถึง เดือนพฤษภาคมซึ่งเป็นช่วงๆที่นักท่องเที่ยวน้อยกว่าแต่อากาศก็ร้อนอย่างยิ่ง ลองเลือกแบบที่ใช่กันเลย!
9. ดอลล่าร์แบงค์ใหม่ๆสำหรับจ่ายโฮเต็ล อื่นๆจ่ายด้วยเงินจ๊าด
ในเมียนมาร์คุณต้องใช้เงินดอลล่าร์แบงค์ใหม่ๆซึ่งหาได้จากแหล่งแลกเงินใกล้บ้านหรือในกรุงเทพฯ หลังจากนั้นนำดอลล่าร์ไปแลกเงินจ๊าดถึงที่กะไว้สนามบิน เกสท์เฮ้าส์ หรือธนาคารในพม่า เงินดอลล่าร์ใช้สำหรับจ่ายค่าที่พัก ส่วนเงินจ๊าดใช้จ่ายเงินค่าอื่นๆตามทางยกตัวอย่างเช่น ของกิน ค่าพาหนะ และของฝาก ในประเทศพม่ามีตู้เครื่องรับฝากถอนเงินอัตโนมัติเฉพาะในเมืองใหญ่ 
10. ขับร้องฆ่าเวลาขณะเดินทาง รถไฟในประเทศพม่า
รักจะท่องเที่ยวประเทศพม่าจำต้องทำความเข้าใจที่จะสนุกไปกับการเดินทางบนรถบัสอันยาวนาน ด้วยเหตุว่าเป็นการขนส่งหลักที่ใช้เดินทางไปทั่วประเทศ รถบัสหลายคันจะออกเวลาบ่ายแก่ๆโดยคุณจะไปถึงที่หมายในค่ำๆ หรือรุ่งสางวันรุ่งขึ้น บนรถบัสชอบมีคาราโอเกะไว้บริการและบางคันก็เปิดคาราโอเกะตั้งแต่รถออกไปจนถึงจุดหมายอย่างยิ่งจริงๆ

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ทัวร์พม่า

ร้านอาหารแนะนำในเมียนมาร์

ประเทศพม่า หรือภรรยานมา เป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางของนักแสวงบุญ เพราะว่ามีสถานที่ท่องเที่ยวอันศักดิ์สิทธิ์หลายแห่งให้ได้ไปเคารพบูชาขอพร เสริมความเป็นมงคลแก่ชีวิต
สะกดรอยท่องเที่ยวพม่า ประเทศเพื่อนบ้านของไทยที่เว้นแต่สถานที่ท่องเที่ยวแล้ว เมืองนี้ยังมีของกินที่สมบูรณ์บริบูรณ์ อีกด้วยโดยยิ่งไปกว่านั้นในเมืองปิ้งกุ้ง วันนี้พวกเราก็เลยจะพาคุณไปติดตามการเดินทางท่องเที่ยวในภรรยานมาของ คุณสมาชิกหมายเลข 1877965 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ที่ครั้งนี้คุณได้รีวิวของกินแบบจัดหนักจัดเต็มในเมืองย่างกุ้งมาให้เราได้ดูกัน ซึ่งมีของกินแบบรถเข็นริมถนน ไปจนกระทั่งอาหารเลิศหรูในห้าง เมียนมาจะมีอะไรน่ากินบ้าง ตามเธอไปชมกันเลยจ้ะ
ย่างกุ้ง : ร้านอาหารการะเวก สร้างขึ้นในปี 2513 โดยเอาอย่างเรือกัญญา หัวเรือเป็นรูปนกการะเวก สัตว์ป่าในหิมพานต์
เป็นภัตตาคารที่สร้างเป็นรูปเรือขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ศูนย์กลางทะเลสาบในตัวเมืองย่างกุ้งภายในมีการแสดงที่นาฎศิลป์เมียนมาร์ จากจุดนี้สามารถเห็นมหาเจดีย์ชเวดากองสะท้อนผิวน้ำด้วย ส่วนของกินจัดเป็นแบบบุฟเฟต์นานาประเทศ รวมถึงอาหารพื้นเมืองของเมียนมาร์
ย่างกุ้ง : Royal garden restaurant ห้องอาหารอาหารจีน บรรยากาศในสวน ย้ำในเรื่องของอาหารจีนแล้วก็ซีฟู้ด
อยู่ใกล้กับ Chatrium Hotel บรรยากาศสไตล์ โต๊ะจีน ด้านในตกแต่งสวย 
ย่างกุ้ง : Western Park restaurant ร้านอาหารแห่งนี้สะดุดตาในเรื่องเป็ดเมืองปักกิ่งและก็กุ้งมังกร แนวอาหารจะเป็นแบบอาหารจีน เป็ดย่างของที่นี่เมื่อสั่งแล้วจะมาเสิร์ฟพร้อมด้วยสาธิตให้ดู เดี๋ยวนี้เปิดทั้งหมดทั้งปวง 2 สาขาแล้ว 
ย่างกุ้ง : Golden Duck restaurant ห้องอาหารที่โด่งดังของย่างกุ้ง ตั้งอยู่ในสวนสาธารณะ อาหารอร่อยร้านค้าที่นี้สามารถเห็นวิวชเวดากองอย่างชัดเจนเนื่องจากว่าอยู่ไม่ไกลจากชเวดากองร้านอาหารแห่งนี้จะเต็มไปด้วยผู้คนมาทาน โดยมากเป็นพวกคนมั่งมีชาวพม่า
ย่างกุ้ง : Oriental House restaurant ภัตาคารติ่มซำร้านอาหารของกินติ่มซำเปิดขายในช่วงเช้า เลยเที่ยงตรงไปของก็จะหมดแล้วอาหารเป็นพวกติ่มซำ บุคลากรจะชูอาหารออกมาวางไว้ด้านหน้าเรา สามารถเลือกทานได้ หากเข่งไหนไม่ทานจะไม่คิดเงิน แล้วก็ขึ้นชื่อของที่นี่เสนอแนะให้ทานคู่กับระเบียงมร้อนของร้านทานคู่ติ่มซำหอมอร่อยมาก ร้านค้าจะตั้งอยู่แถว พิพิธภัณฑ์พม่า
หงสาวดี : ห้องอาหารเจ้าสัว ร้านอาหารที่นี้ ตั้งอยู่ที่เมืองหงสาวดี ลือชื่อในเรื่องของกุ้งแม่น้ำ ข้างในร้านค้าตกแต่งแบบเตียนโล่งโปร่งสบาย
พูกาม : Nandar restaurant ร้านค้านี้ตั้งอยู่ที่เมืองพม่า มีการแสดงโชว์หุ่นกระบอกให้ได้ชมของกินอร่อย ถูกปากคนประเทศไทย

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ทัวร์พม่า

เยี่ยมมัณฑะเลย์ เมืองแห่งมนต์เสน่ราชบุรีในที่สุดของพม่า

“เยี่ยมมัณฑะเลย์ เมืองที่มนต์เสน่ราชบุรีท้ายที่สุดของประเทศพม่า”
วันนี้พวกเราจะมาเสนอแนะสถานที่ท่องเที่ยงตรงในพม่าอีกมุมมองหนึ่งก็คือเมืองมัณฑะเลย์ มัณฑะเลย์เป็นเมืองที่มีอารายธรรมส่วนตัว เป็นเมืองที่มีมนต์เสน่ห์ที่ทำให้นักท่องเที่ยวหลงใหลจนกระทั่งไม่รู้เรื่องลืม
มัณฑะเลย์เป็นอดีตเมืองหลวงราชธานีในที่สุดก่อนที่จะเสียประเทศให้กับการรุกรานของอังกฤษ ตรงนี้ถือเมืองใหญ่ชั้นที่สองของพม่ารองจากนครปิ้งกุ้ง ตั้งอยู่ในเขตฝั่งทิศตะวันออกของแม่น้ำอิรวดี ห่างจากปิ้งกุ้งโดยประมาณ 716 กิโลแล้วก็พระเจ้าไม่นดงทรงย้ายราชจังหวัด มาก่อตั้งเป็นเมืองหลวงราชเมืองในปี คริสต์ศักราช 2400 โดยพระผู้เป็นเจ้าไม่นดง โดยตั้งชื่อตามภูเขามัณฑะเลย์ ที่อยู่ใกล้เคียง วงเวียนของเมืองมัณฑะเลย์
พม่า
เป็นเมืองดั้งเดิมตั้งแต่สมัยพุทธศตวรรษที่ 16 เป็นเมืองที่ติดอันดับเมืองที่มีสถานที่สำหรับท่องเที่ยวทางด้านประวัติศาสตร์ที่สวยสดงดงามมากมายแห่งหนึ่งของประเทศพม่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งความใหญ่โตของเจดีย์เยอะแยะกว่า5,000 องค์ จนได้รับฉายานามว่าเป็นเมืองแห่งเจดีย์สี่พันองค์ ซึ่งเป็นลักษณะที่บ่งถึงความเจริญรุ่งเรืองของศาสนาพุทธในประเทศเมียนมาร์ได้อย่างดีเยี่ยมคนทั่วๆไปจึงตั้งชื่อเมืองพม่านี้ว่าเป็นอู่อาริยธรรมของประเทศ
เทือกเขามัณฑะเลย์ฮิลล์
เป็นจุดชมวิวสวยสดงดงามแล้วก็มีสถานที่ควรค่าแก่การเคารพบูชาสำคัญๆให้นักเดินทางได้ชม อีกทั้งดูธรรมชาติ มองทิวทัศน์อันสวยงามที่สุด และก็สามรถยนต์มองเมืองมัณฑะเลย์ ได้แทบทั้งหมด สามารถเห็นทิวทัศน์ของเมืองมัณฑะเลย์ได้เป็นอย่างดี เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวต่างพากันแวะเวียนมาสัมผัส เที่ยวชมตลอดระยะเวลา
สะพานไม้อูเบ็ง
สะพานไม้สักที่ยาวที่สุดในโลก สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าโบดอพญา สร้างขึ้นเพื่อข้ามทะเลสาบToungthamon ระยะทางกว่า 1 กม. ข้อดีของสะพานเเห่งนี้นอกเหนือจากที่จะเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดเเล้วนั้น สะพานอูเบ็ง ยังสร้างขึ้นมาจากไม้สัก ที่รื้อถอนมาจากราชสำนัก เเห่งกรุงอังวะ
ตักบาตรพระ
กิจกรรมยอดฮิตที่พลาดไม่ได้เมื่อไปเยื่อนเมียนมาร์คือการตักบาตรพระ ในช่วงสายๆจะมีพระเมียนมาร์เดินต่อคิวออกมาเพื่อรับบิณฑบาตโดยใช้บาตรที่ทำจากไผ่สานลงรักสีดำสนิท โดยรอบๆวัดจะมีคนมาเร่ขายคอกไม้ ข้าวโพดต้ม กับข้าวต่างๆหรือถ้าเกิดไม่ต้องการซื้อเราสามารถมอบให้เงินตามกำลังศรัทธาได้เลย
นี่เป็นแค่เพียงภาพบรรยากาศส่วนใดส่วนหนึ่งของเมืองมัณฑะเลย์ ยิ่งกว่านั้นประเทศพม่ายังมีสถานที่เที่ยวที่สวย และน่าสนใจอีกเยอะแยะที่ยังรอเราไปสัมผัสไม่ว่าจะเป็นวิถีชีวิต แล้วก็วัฒนธรรมที่มีความคล้ายคลึงกับไทยเรา รวมทั้งที่สำคัญใช้เวลาเดินทางเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมง ใครกันแน่มีเวลาว่างๆก็อย่าลืมพม่า มิงกะละบานะค่ะ

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ทัวร์พม่า

ไหว้พระประเทศพม่า รวม 5 สถานที่ทำบุญทำทาน เสริมดวงบารมี

วันนี้ทางเราจึงได้เก็บรายนาม 5 วัดสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ไหว้พระประเทศพม่านิยมไปกัน ไปดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง !
1.พระมหาเจดีย์ชเวดากอง (Shwedagon Pagoda)
เมื่อพูดถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของประเทศพม่าแล้ว คนส่วนมากมักจะระลึกถึงพระมหาเจดีย์ชเวดากอง มาก่อนเป็นอันดับต้นๆสถานที่สุดได้รับความนิยมอันดับ 1 ของทัวร์ไหว้พระเมียนมาร์ เนื่องจากมีรายการวิทยุและก็รายการทีวีหลายรายการป้องกันเลยทีเดียวที่จัดทัวร์ไหว้พระประเทศพม่าที่นี่ ก็เลยไม่สนเท่ห์ใจว่าเพราะอะไรเราถึงคุ้นชื่อเจดีย์ชเวดากองจากเมืองปิ้งกุ้งอย่างดีเยี่ยม
ส่วนที่ไปที่มาของความศักดิ์สิทธิ์ของเจดีย์ชเวดากองจนถึงใครๆก็อยากมาทัวร์พม่าไหว้พระนั้น เริ่มมาจากการที่ บุเรงนอง มาขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ลานอธิฐานก่อนออกรบ และก็แน่ๆว่าสุดท้ายเขาก็มักจะชนะซะทุกหน นอกจากนั้นยังมีความเชื่อของชาวมอญและก็ชาวเมียนมาร์อีกด้วยว่าการมากมายราบไหว้เจดีย์ชเวดากองนั้นจะเป็นแนวทางหมดทุกข์ ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บและก็อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของเจดีย์ชเวดากองก็คือบริเวณรอบๆเจดีย์นั้นจะมีทุกวันเกิดประดิษฐานอยู่ 8 ทิศ ซึ่งสามารถเลือกขอพรตามวันเกิดเพื่อเป็นบารมีกับชีวิตได้อีกด้วย
2.เทวดาทันใจ (Bo Bo Gyi) อีกหนึ่งไฮไลท์ของทัวร์เมียนมาร์
นอกจากพระมหาเจดีย์ชเวดากองแล้ว อีกหนึ่งโปรแกรมทัวร์เมียนมาร์ไหว้พระ ที่คนนิยมไปกันก็คือ ทัวร์ไหว้พระเทวดาทันใจ ที่เจดีย์โบดาทาวน์ โดยเทวดาทันใจนั้นจะมีชื่อเรียกในภาษาประเทศพม่าว่า นัตโบโบยี ซึ่งมาจากคำว่า “นัต” ซึ่งก็คือจิตวิญญาณที่สูงกว่าผีแต่ต่ำลงมากยิ่งกว่าเทวดาตามคติความเลื่อมใสพม่า มีหน้าที่ป้องกันสถานที่สำคัญต่างๆกับคำว่า “ โบโบยี ” ที่คนประเทศพม่าใช้เรียกสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือบุคคลที่ตนยกย่อง
ส่วนต้นเหตุของชื่อ เทพทันใจ มาจากความศักดิ์สิทธิ์ที่บอกต่อกันปากต่อปากว่าเมื่อมาขอพรตรงนี้แล้วพอกลับไปไม่กี่วันพรนั้นก็จะสมความต้องการ ก็เลยเป็นสาเหตุของชื่อ เทวดาทันใจ แล้วก็เป็นหนึ่งในต้นสายปลายเหตุที่คนอีกจำนวนไม่น้อยไปเที่ยวไหว้พระประเทศพม่า
3.ทัวร์ไหว้พระพม่ากับ เทพกระซิบบอก (Amadaw Mya Nan Nwe)
เมื่อเราไปไหวเทพทันใจแล้ว จำนวนมากเที่ยวเมียนมาร์จะพาไปไหว้พระ สักการะ เทวดากระซิบ กันต่อเลย เพราะสถานที่ประดิษฐานของเทวดากระซุบกระซิบนั้นจะอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเจดีย์โบดาทาวน์ โดยเทพกระซิบกระซาบมีชื่อเรียกในภาษาเมียนมาร์ว่า “อะมาดอว์เมียะ” เป็นบุตรีของพญานาคที่ศรัทธาพุทธอย่างมาก เมื่อตายไปก็เลยกลายเป็น นัต
ส่วนสาเหตุของชื่อเทวดากระซิบกระซาบ แล้วก็ความศักดาที่ดึงดูดไหว้พระประเทศพม่านั้น บอกเลยว่ามีสาเหตุจากชาวไทยนี่แหละ แต่เดิมชาวประเทศพม่าก็ไหว้ อะมาดอว์เมียะ ปกติ แต่ว่าไม่มีผู้ใดไปกระซิบอะไร จนถึงวันหนึ่งไกด์จากทัวร์ไหวพระเมียนมาร์ได้พาคนประเทศไทยไปรวมทั้งมองเห็นป้ายภาษาพม่าที่เขียนว่า “ห้ามพูดเสียงดัง” เนื่องมาจากมีพ่อค้าแม่ขายรอบๆนั้นถูกใจโหวกเหวกโวยวาย แต่ว่าไกด์หลงผิดก็เลยบอกกับลูกทัวร์ไปว่า “หากจะขอพรกับเทวดาองค์นี้ห้ามพูดเสียงดัง” หลังจากนั้นลูกทัวร์คนประเทศไทยก็ไปกระซิบขอพร ซึ่งแน่นอนชาวพม่ามองเห็นชาวไทยทำรวมทั้งสมหวังตามมุ่งหมายก็เลยเริ่มทำบ้างจนเปลี่ยนเป็นธรรมเนียมปฏิบัติสุดท้าย
4.สักการะพระเขี้ยวแก้ว ศรีลังกา (Dalada Maligawa)
ที่ย่างกุ้งยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีกชิ้นหนึ่งที่คู่ควรกับการไปไหว้พระพม่าโน่นเป็น พระเขี้ยวแก้ว ที่วัดพระเขี้ยวแก้วจุฬามณี โดยพระเขี้ยวแก้วชิ้นนี้ได้เอามาจากประเทศศรีลังกาตั้งแต่สมัยพระผู้เป็นเจ้าบุเรงนอง ถือเป็นสิ่งอำนาจที่อยู่คู่กับประเทศพม่ามานาน ในส่วนของตัววัดพระเขี้ยวแก้วจุฬามณีนั้นก็จัดว่าไม่ธรรมดา ด้วยเหตุว่าเป็นการก่อสร้างแบบตามสถาปัตยกรรมแบบประเทศพม่า สวยสดงดงาม งอนงาม โดยมีลักษณะเด่นตรงที่ตัววัดจะเป็นทรงแปดเหลี่ยมที่สวยสดงดงาม ก็เลยเหมาะมากที่จะมาไหว้พระประเทศพม่าที่วัดนี้
5.สักการะพระนอนตาหวาน (Kyauk Htat Gyi Buddha)
หากเมืองไทยมีพระนอนที่วัดโพธิ์เป็นแหล่งล่อใจนักเดินทางแล้ว ไหว้พระเมียนมาร์ก็มี พระนอนตาหวานหรือพระพุทธนอนหลับเจาทัตยี (Chauk Htat Gyi pagoda) ที่วัดพระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญด้วยเหมือนกัน โดยพระนอนตาหวานนี้เป็นพระพุทธรูปปริมาณยาวประมาณ 70 เมตร ใหญ่ที่สุดในประเทศเมียนมาร์มีคุณลักษณะเด่นตรงที่ดวงตาที่ดูหวานรวมทั้งจีวรที่เป็นพลิ้วๆส่วนตรงแกนกลางฝ่าพระบาทนั้นจะมีรูปมงคล 108 ประการ นอกเหนือจากนี้พระบาทยังมีลักษณะซ้อนกันทำให้แตกต่างกับศิลปะแบบไทยอีกด้วย

เยือนมัณฑะเลย์ เมืองแห่งมนต์เสน่ราชเมืองท้ายที่สุดของเมียนมาร์

“เยือนมัณฑะเลย์ เมืองแห่งมนต์เสน่ราชเมืองสุดท้ายของประเทศพม่า”
วันนี้เราจะมาเสนอแนะสถานที่ท่องเที่ยงในพม่าอีกมุมมองหนึ่งก็คือเมืองมัณฑะเลย์ มัณฑะเลย์เป็นเมืองที่มีอารายธรรมเฉพาะตัว เป็นเมืองที่มีมนต์เสน่ห์ที่ทำให้นักเดินทางเผลอไผลจนกระทั่งไม่ทราบลืม
มัณฑะเลย์เป็นอดีตเมืองหลวงราชบุรีในที่สุดก่อนที่จะเสียประเทศให้กับการรุกรานของอังกฤษ ที่นี่ถือเมืองใหญ่ชั้นลำดับที่สองของเมียนมาร์รองจากนครย่างกุ้ง ตั้งอยู่ในเขตฝั่งตะวันออกของแม่น้ำอิรวดี ห่างจากย่างกุ้งราวๆ 716 กิโลเมตรรวมทั้งพระเจ้าไม่นป่าทรงย้ายราชเมือง มาก่อตั้งเป็นเมืองหลวงราชเมืองในปี คริสต์ศักราช 2400 โดยพระผู้เป็นเจ้ามินป่าดง โดยตั้งชื่อตามภูเขามัณฑะเลย์ ที่อยู่ใกล้เคียง วงเวียนของเมืองมัณฑะเลย์
พม่า
เป็นเมืองเก่าแก่ตั้งแต่สมัยพุทธศักราชที่ 16 เป็นเมืองที่ติดอันดับเมืองที่มีสถานที่สำหรับท่องเที่ยวทางด้านประวัติศาสตร์ที่สวยมากมายแห่งหนึ่งของประเทศพม่า โดยเฉพาะความใหญ่โตของเจดีย์เยอะมากกว่า5,000 องค์ จนได้รับฉายาว่าเป็นเมืองที่เจดีย์สี่พันองค์ ซึ่งเป็นลักษณะที่บ่งบอกถึงความก้าวหน้าของพุทธศาสนาในประเทศพม่าได้เป็นอย่างดีคนทั่วไปก็เลยตั้งชื่อเมืองพม่านี้ว่าเป็นอู่อาริยธรรมของประเทศ
เทือกเขามัณฑะเลย์ฮิลล์
เป็นจุดชมวิวงดงามและมีสถานที่ควรค่าแก่การเคารพบูชาหลักๆให้นักเดินทางได้ดู ทั้งดูธรรมชาติ มองทัศนียภาพอันสวยงามที่สุด รวมทั้งสามรถมองเมืองมัณฑะเลย์ ได้แทบจะทั้งหมด สามารถเห็นทิวภาพของเมืองมัณฑะเลย์ได้เป็นอย่างดี เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่นักเดินทางต่างพากันแวะเวียนมาสัมผัส ท่องเที่ยวดูตลอดเวลา
สะพานไม้อูเบ็ง
สะพานไม้สักที่ยาวที่สุดในโลก ทำขึ้นในสมัยพระเจ้าโบดอพญา สร้างขึ้นเพื่อผ่านทะเลสาบToungthamon ระยะทางกว่า 1 กิโล จุดแข็งของสะพานเเห่งนี้นอกจากจะเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดเเล้วนั้น สะพานอูเบ็ง ยังผลิตมาจากไม้สัก ที่รื้อมาจากราชสำนัก เเห่งกรุงอังวะ
ตักบาตรพระ
กิจกรรมยอดฮิตที่พลาดมิได้เมื่อไปเยื่อนเมียนมาร์เป็นการตักบาตรพระ ในตอนสายๆจะมีพระพม่าเดินเข้าคิวออกมาเพื่อรับบิณฑบาตโดยใช้บาตรที่ทำจากไม้ไผ่สานลงรักสีดำสนิท โดยบริเวณวัดจะมีคนมาเร่ขายคอกไม้ ข้าวโพดต้ม อาหารต่างๆหรือหากไม่ได้อยากซื้อเราสามารถถวายเงินตามกำลังศรัทธาได้เลย
นี่เป็นเพียงแต่ภาพบรรยากาศส่วนหนึ่งของเมืองมัณฑะเลย์ ยิ่งไปกว่านี้ประเทศพม่ายังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่งาม แล้วก็น่าดึงดูดอีกเพียบเลยที่ยังรอคอยพวกเราไปสัมผัสไม่ว่าจะเป็นวิถีชีวิต รวมทั้งวัฒนธรรมที่มีความคล้ายกับไทยเรา รวมทั้งที่สำคัญใช้เวลาเดินทางเพียงแต่ไม่กี่ชั่วโมง คนใดกันแน่มีเวลาว่างๆก็อย่าลืมเมียนมาร์ ไม่งกะละบานะคะ

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ทัวร์พม่า

เยี่ยมมัณฑะเลย์ เมืองแห่งมนต์เสน่ราชจังหวัดในที่สุดของประเทศพม่า

“เยือนมัณฑะเลย์ เมืองแห่งมนต์เสน่ราชเมืองสุดท้ายของประเทศพม่า”
วันนี้เราจะมาชี้แนะสถานที่ท่องเที่ยงตรงในเมียนมาร์อีกมุมมองหนึ่งก็คือเมืองมัณฑะเลย์ มัณฑะเลย์เป็นเมืองที่มีอารายธรรมเฉพาะบุคคล เป็นเมืองที่มีมนต์เสน่ห์ที่ทำให้นักท่องเที่ยวคลั่งไคล้กระทั่งไม่รู้ลืม
มัณฑะเลย์เป็นอดีตเมืองหลวงราชเมืองท้ายที่สุดก่อนที่จะเสียประเทศให้กับการรุกรานของอังกฤษ ที่นี่ถือเมืองใหญ่ชั้นที่สองของพม่ารองจากนครย่างกุ้ง ตั้งอยู่ในเขตฝั่งตะวันออกของแม่น้ำอิรวดี ห่างจากย่างกุ้งประมาณ 716 กิโลแล้วก็พระเจ้ามินป่าทรงย้ายราชบุรี มาก่อตั้งเป็นเมืองหลวงราชจังหวัดในปี ค.ศ. 2400 โดยพระเจ้าไม่นดง โดยตั้งชื่อตามเทือกเขามัณฑะเลย์ ที่อยู่ใกล้เคียง วงเวียนของเมืองมัณฑะเลย์
พม่า
เป็นเมืองเก่าแก่ตั้งแต่ยุคพุทธศตวรรษที่ 16 เป็นเมืองที่ติดอันดับเมืองที่มีแหล่งท่องเที่ยวทางด้านประวัติศาสตร์ที่งามมากแห่งหนึ่งของประเทศพม่า โดยยิ่งไปกว่านั้นความใหญ่โตของเจดีย์จำนวนหลายชิ้นกว่า5,000 องค์ จนได้รับสมญานามว่าเป็นเมืองแห่งเจดีย์สี่พันองค์ ซึ่งเป็นลักษณะที่บ่งบอกถึงความเจริญรุ่งเรืองของพุทธศาสนาในประเทศเมียนมาร์ได้อย่างดีเยี่ยมคนทั่วไปจึงขนานนามเมืองพูกามนี้ว่าเป็นอู่อาริยธรรมของประเทศ
ภูเขามัณฑะเลย์ฮิลล์
เป็นจุดสำหรับเพื่อชมวิวงดงามรวมทั้งมีสถานที่ควรค่าแก่การเคารพบูชาสำคัญๆให้นักท่องเที่ยวได้ดู อีกทั้งดูธรรมชาติ มองวิวอันสวยสดงดงามที่สุด แล้วก็สามรถมองเมืองมัณฑะเลย์ ได้เกือบทั้งหมด สามารถแลเห็นทิวทัศน์ของเมืองมัณฑะเลย์ได้อย่างดีเยี่ยม เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวต่างพากันแวะเวียนมาสัมผัส เที่ยวชมตลอดระยะเวลา
สะพานไม้อูเบ็ง
สะพานไม้สักที่ยาวที่สุดในโลก ผลิตขึ้นในสมัยพระเจ้าโบดอพญา ทำขึ้นเพื่อผ่านทะเลสาบToungthamon ระยะทางกว่า 1 กิโล ข้อดีของสะพานเเห่งนี้นอกจากจะเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดเเล้วนั้น สะพานอูเบ็ง ยังผลิตจากไม้สัก ที่รื้อมาจากพระราชสำนัก เเห่งกรุงอังวะ
ตักบาตรพระ
กิจกรรมยอดฮิตที่พลาดมิได้เมื่อไปเยื่อนเมียนมาร์คือการตักบาตรพระ ในช่วงสายๆจะมีพระประเทศพม่าเดินเข้าคิวออกมาเพื่อรับบิณฑบาตโดยใช้บาตรที่ทำจากไม้ไผ่สานลงรักสีดำสนิท โดยรอบๆวัดจะมีคนมาเร่ขายคอกไม้ ข้าวโพดต้ม อาหารต่างๆหรือถ้าเกิดไม่ได้อยากซื้อพวกเราสามารถมอบให้เงินตามกำลังเลื่อมใสได้เลย
นี่เป็นเพียงแต่ภาพบรรยากาศส่วนหนึ่งส่วนใดของเมืองมัณฑะเลย์ นอกเหนือจากนั้นประเทศพม่ายังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยสดงดงาม และก็น่าดึงดูดอีกเยอะมากที่ยังรอคอยเราไปสัมผัสไม่ว่าจะเป็นวิถีชีวิต และวัฒนธรรมที่มีความคล้ายกับไทยเรา รวมทั้งที่สำคัญใช้เวลาเดินทางเพียงแต่ไม่กี่ชั่วโมง คนไหนกันมีเวลาว่างๆก็อย่าลืมเมียนมาร์ มิงกะละบานะขา

คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : ทัวร์พม่า